Showing posts with label Lyon. Show all posts
Showing posts with label Lyon. Show all posts

Tuesday, August 9, 2016

ลียง (Lyon): เมืองมรดกโลกและเมืองใหญ่อันดับสามของฝรั่งเศส (24 July 2011)


เมืองลียง (Lyon) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในภาคกลางทางฝั่งตะวันออกของฝรั่งเศสใน ภูมิภาค Auvergne-Rhône-Alpes ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 470 กิโลเมตร ชาวเมืองที่นี่เรียกตัวเองว่าลียงเนส (Lyonnais) เมืองลียงจัดเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของฝรั่งเศสรองจากปารีส (Parisและมาร์เซย์ (Marseilleมีประชากรอาศัยอยู่ราว 500,715 (ข้อมูลปี ค.ศ. 2013แต่ถ้าคิดรวมประชากรทั้งหมดในพื้นที่นครบาลลียง (Metropolitan area) จะมีประชากรทั้งสิ้น 2,237,676 (ข้อมูลปี ค.ศ. 2013ซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากปารีส

บทบาทสำคัญของลียง

-เมืองลียงเป็นที่รู้จักกันของคนทั่วไปเพราะมีชื่อเสียงด้านอาหารและศาสตร์แห่งการทำอาหาร
-มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมมากมายและเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกโดยการขึ้นทะเบียนขององค์การยูเนสโก
-ในอดีตเมืองลียงเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการผลิตและการทอผ้าไหม
-มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของโรงภาพยนตร์เพราะสองพี่น้องตระกูลลูเมียร์คือออกุสและหลุยส์ (Auguste และ Louis Lumièreเป็นผู้คิดค้นกล้องฟิล์มบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Cinematograph) ได้เป็นครั้งแรกที่เมืองนี้
-มีชื่อเสียงในเรื่องเทศกาลแสงหรือ Fête des Lumières ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 8 เดือนธันวาคมเป็นเวลา 4 วันของทุกปี ทำให้ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแสง (The Capital of Lights) ของฝรั่งเศส
-เป็นศูนย์กลางที่สำคัญทางการเงินและธนาคาร ศูนย์กลางของโรงงานผลิตสารเคมีและอุตสาหกรรมยา รวมถึงอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
-เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์แวร์ในวิดีโอเกม
-เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization: Interpolสำนักข่าวต่างประเทศ Euronews และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (International Agency for Research on Cancer) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การอนามัยโลก (World Health Organizationของสหประชาชาติ

Saturday, August 6, 2016

แวะเยี่ยมเพื่อนชาวฝรั่งเศสที่เมือง Chambéry (23-26 July 2011)


หลังจากเสร็จสิ้นงานประชุมวิชาการ 6th Congress of the EuropeanMalacological Societies (CEMS) ที่จัดขึ้นที่เมือง Vitoria-Gasteiz ในแคว้นบาสค์ ประเทศสเปน ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 กรกฎาคม พ.. 2554 ผมมีกำหนดกาลจะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554เวลาบ่ายโมง 35 นาที ที่สนามบินนานาชาติเมือง Barcelona ของสเปน จึงมีเวลาที่เหลืออีก 3 วัน ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปอนุมัติวีซ่าเชงเก้น (Schengen visaที่สามารถเดินทางข้ามประเทศได้เสรีในกลุ่มประเทศที่มีข้อตกลงร่วมกัน ผลเลยติดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน Swiss International Airlines จากเมือง Bilbao ของสเปนไปยังเมือง Lyon ของฝรั่งเศส จำได้ว่าหลังจากเสร็จจากงานเลี้ยงอาหารเย็นของคณะจัดงานประชุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผมเช็คเอาท์จากที่พักแล้วต่อรถโดยสารประจำทางจากเมือง Vitoria-Gasteiz ไปยังเมือง Bilbao ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมือง Bilbao เป็น 1 ใน 3 เมืองของแคว้นบาสต์เช่นเดียวกับ Vitoria-Gasteiz ผมพักค้างคืน 1 คืนที่โรงแรมที่นั่นและนั่งแท็กซี่จากโรงแรมเพื่อต่อเครื่องบินไปยังเมืองลิยง (Lyonในตอนเช้ามืดของวันที่ 23 กรกฎาคม เพื่อซื้อตั๋วถูกเครื่องบินไปแวะที่สนามบินที่เมืองแฟรงต์เฟิร์ตของเยอรมันก่อนจะบินไปลงที่จุดหมายปลายทางที่เมืองลิยง ทำให้ถึงสนามบินที่ลิยงเวลาประมาณเที่ยงพอดี จากสนามบินลิยงผมต้องนั่งรถโดยสารประจำทางอีกครั้งเพื่อต่อไปยังเมืองแชมเบอรี (Chambéry) ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

สนามบินนานาชาติเมืองลิยง (Lyon) ประเทศฝรั่งเศส

แม้จะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมากแต่ผมคิดว่าการเดินทางในยุโรปค่อนข้างสะดวกสบายมาก ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย รถออกเดินทางจากสนามบินที่เมืองลิยงไปเมืองแชมเบอรีใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พอลงรถปุ๊บก็เจอเพื่อนปั๊บเลย เพราะเพื่อนผมกะเวลาที่จะขับรถมารับที่ท่ารถได้พอดีเป๊ะเลย
เพื่อนผมคนนี้ชื่อ Florent ส่วนภรรยาชื่อ Tania เรารู้จักกันที่เมืองไทย ตอนที่เค้าและแฟนชาวเอกวาดอร์ (ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาแล้วทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล (ในขณะนั้นผมยังเป็นนักเรียนปริญญาโทอยู่เลยพอเจอกันอารมณ์แบบดีใจมากเพราะไม่ได้เจอกันมากกว่า 2 ปีเห็นจะได้ หลังจากที่เค้าหมดสัญญาทำงานที่ประเทศไทยและต้องย้ายกลับมาที่ฝรั่งเศสเพื่อมารับตำแหน่งอาจารย์ สอนวิชาภูมิศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัย University of Rennes 2 ตอนแรกเค้าวางแผนว่าจะพาผมไปพักที่บ้านของพ่อแม่เค้าในตัวเมืองแชมเบอรี แต่สุดท้ายต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยเพราะเค้าต้องการพาผมไปพักบ้านพักอากาศหน้าร้อนนอกเมืองที่อยู่ตรงตีนเขาแอลป์ซึ่งมีบรรยากาศที่ดีกว่า และที่สำคัญปีนี้ที่บ้านเค้าเสนอตัวให้ใช้สถานที่ที่บ้านพักจัดเลี้ยงอาหารเย็นเพื่อพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง (ปกติหน้าร้อนของทุกปีหมู่บ้านนี้จะมีการจัดงานสังสรรค์พบปะเพื่อนบ้าน โดยแต่ละบ้านจะเวียนกันเป็นเจ้าภาพ)
หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีไม่กี่หลังคาเรือน บ้านพักตากอากาศของเพื่อนผมเป็นบ้านปูน 3 ชั้นรวมชั้นใต้ดิน เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณยายมารุ่นคุณพ่อของเค้าครอบครัวเพื่อนผมเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก ทุกคนให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี โชคดีที่ปีนี้ทุกๆ คนในครอบครัวเค้า ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ แม่ภรรยา (เดินทางมาเยี่ยมลูกสาวปีนี้พอดีพี่สาวและพี่เขย น้องสาวและน้องเขยมากันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจากมารู้จักผมหรือเปล่า (55555) เราถึงบ้านพักตากอากาศตอนประมาณบ่ายสามโมง เค้าก็พาผมไปยังห้องพักที่เตรียมไว้ให้และจากนั้นก็พาไปทักทายทุกๆ คนในครอบครัวและเดินทักทายเพื่อนบ้าน ก่อนเวลาทานอาหารเย็น เพื่อนบ้านที่นี่ทุกคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ยกเว้นครอบครัวของ Florent มีตัวเค้าเอง ภรรยา และพี่เขยเท่านั้นที่รู้ภาษาอังกฤษ แต่ถึงอย่างไรก็ว่าทุกๆ คนก็มีอัธยาศัยดีและเข้ามาถามไถ่ และอยากรู้ว่าผมเป็นใครมาจากไหน เท่าที่สัมผัสได้คนที่นี่เค้ารู้จักประเทศไทยน้อยมากซึ่งทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจพอสมควร หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ผมต้องรีบเข้านอนเร็วเพราะเพื่อนวางแผนว่าจะพาผมไปเที่ยวชมเมืองลิยงในวันรุ่งขึ้น แต่กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเลยเที่ยงคืนไปแล้ว

เด็กๆ ชาวฝรั่งเศสหน้าตาน่ารักกันทุกคนเลยเชียว 
Tania ภรรยาของ Florent
แม่ยายของ Florent เดินทางมาเยี่ยมลูกสาวที่ฝรั่งเศสพอดี
จากรูปคือคุณแม่ของ Tania, Tania และ Florent 
ถ่ายรูปกับ Tania และ Florent ที่สวนครัวข้างบ้าน
ถ่ายรูปกับคุณพ่อของ Florent, Tania, คุณแม่ของ Tania
บ้านนี้เค้ามีสวนครัวด้วยนะ พ่อของ Florent เป็นคนปลูกและแวะเวียนมาดูแลเป็นระยะๆ เพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแชมเบอรีมากนัก
ถ่ายรูปกับน้องเขยของ Florent (คนกลาง) และพี่เขยของ Florent
ถ่ายรูปหมู่กับครอบครัว Florent ภูเขาด้านหลังคือส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์
ต้น Raspberry จากสวนของเพื่อนบ้าน

เป็นปกติที่หน้าร้อนในทวีปยุโรปที่สวนหลังบ้านแต่ละบ้านจะมีดอกไม้บานสะพรั่งประดับประดาเต็มสวนไปหมด  
ถ่ายรูปกับคุณแม่ของ Florent
ถ่ายรูปกับพี่เขยและพี่สาวของ Florent
กินข้าวเสร็จก็พากันไปเดินชมทัศนียภาพรอบๆ หมู่บ้าน สังเกตุว่า Florent ใส่เสื้อยืดจากเมืองไทยที่ข้างหน้ามีสัญลักษณ์เบียร์สิงห์ (5555)
บรรยากาศอาหารเย็นกับเพื่อนบ้าน