Showing posts with label World Heritage Site. Show all posts
Showing posts with label World Heritage Site. Show all posts

Monday, August 29, 2016

เมืองบูดาเปสต์ (Budapest): เมืองหลวงประเทศฮังการี (25 June 2013)


บูดาเปสต์ (Budapest) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศฮังการีและเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป (The European Union: EU) เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง วัฒนธรรม การค้า อุตสาหกรรมและศูนย์การขนส่งของประเทศฮังการี จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2011 พบว่าในบูดาเปสต์มีประชากรอาศัยอยู่ราว 1,740,000 คน ซึ่งมีจำนวนลดลงมาจากปี ค.ศ. 1989 ที่มีจำนวนสูงถึง 2.1 ล้านคน เนื่องจากมีการขยายพื้นที่เมืองไปยังบริเวณโดยรอบ แต่ถ้าพิจารณาจำนวนประชากรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลแล้วจะมีจำนวนประชากรมากถึง 3.3 ล้านคน เมืองบูดาเปสต์มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 525 ตารางกิโลเมตรหรือราว 203 ตารางไมล์ ครอบครองพื้นที่ 2 ฝั่งของแม่น้ำดานูบ โดยเมืองบูดาเปสต์เกิดจากการรวมตัวกันของ 3 เมืองคือเมืองบูดา (Buda) และโอบูดา (Óbuda) ทางฝั่งตะวันตกกับเมืองเปสต์ (Pest) ทางฝั่งตะวันออกเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1873

ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมาของบูดาเปสต์เริ่มต้นจากการตั้งถิ่นฐานของชาวเซลติก (Celtic settlement) ที่บริเวณเมืองโบราณที่เรียกว่า Aquincum ที่ต่อมากลายเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตอนล่างที่เรียกว่า LowerPannonia ต่อมาชาวได้มีชาวฮังการีได้เข้ามาครอบครองในดินแดนแห่งนี้ในช่วงศตวรรษที่ 9 ก่อนที่เมืองจะถูกรุกรานและครอบครองโดยชาวมองโกล (TheMongols) ทางฝั่งตะวันออกในช่วงปี ค.ศ. 1241-1242 เมืองใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาวัฒนธรรมมนุษยนิยม (Renaissance humanist culture) ในศตวรรษที่ 15 ต่อมาไม่นานก็ได้เกิดสงครามโมแฮคส์ (The Battle of Mohács) เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสงครามการสู้รบระหว่างชาวฮังการีและชาวออตโตมัน (Ottoman) ทำให้เมืองแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองโดยชาวออตโตมันเกือบ 150 ปี
ในช่วงศตวรรษที่
18 และ 19 บูดาเปสต์เป็นเมืองศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญๆ หลายครั้งเช่น เป็นเมืองหลวงแห่งที่สองของจักรวรรดิ์ออสเตรีย-ฮังการี (TheAustro-Hungarian Empire) อันยิ่งใหญ่ก่อนที่อาณาจักรจะล่มละลายในปี ค.ศ. 1918 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์การปฏิวัติฮังการี (The Hungarian Revolution) ในปี ค.ศ. 1848 เป็นที่ตั้งของสภาเทศบาลสาธารณรัฐฮังการีในปี ค.ศ. 1919 เป็นศูนย์กลางของสงครามบูดาเปสต์ (TheBattle of Budapest) ในปี ค.ศ. 1945 และเป็นศูนย์กลางการปฏิวัติ (The Revolution of 1956) ในปี ค.ศ. 1956 เป็นต้น

ความสำคัญในด้านอื่นๆ ของเมืองบูดาเปสต์
บูดาเปสต์เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของยุโรปเพราะสองฝั่งแม่น้ำดานูป (The Danube) เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญที่เป็นพื้นที่มรดกโลก (World Heritage Site) หลายแห่ง เช่นพระราชวังของกษัตริย์ฮังการี (The Buda Castle Quarter) ถนนแอนเดรสซี (Andrássy Avenue) จัตุรัสวีรบุรุษ (Heroes’ Square) และรถไฟใต้ดินมิลเลนเนียม (The Millennium Underground Railway) ที่เป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของโลก (รถไฟใต้ดินที่นี่อยู่ลึกจากระดับพื้นดินมาก)

ข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ เกียวกับกรุงบูดาเปสต์
-เป็นแหล่งของน้ำพุร้อนจากความร้อนใต้พิภพจำนวนมากกว่า 80 แห่ง
-ระบบถ้ำน้ำร้อนใต้พิภพที่ใหญ่ที่สุดในโลก (The world’s largest thermal water cave system)
-โบสถ์ยิว (Synagogue) ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
-อาคารรัฐสภา (Hungarian Parliament Building) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก 
-เมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากถึง 4.4 ล้านคนต่อปี ทำให้บูดาเปสต์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 25 ของโลก และอันดับที่ 6 ของทวีปยุโรปของข้อมูลของ Euromonitor
-เป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินในยุโรปกลาง (Central Europe)เพราะได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองอันดับสามของดัชนีตลาดเกิดใหม่ของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard’s Emerging Markets Index) และอันดับที่สองของเมืองน่าอยู่ที่สุดในยุโรปกลางหรือภาคตะวันออกตามดัชนีคุณภาพชีวิตของ EIU (EIU’s quality of life index)
-เป็นเมืองที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (The world’s second best city) โดยการจัดอันดับของนิตยสารท่องเที่ยว Condé Nast Traveler ของอเมริกา
-เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ของยุโรป (Europe’s 7th most idyllic place to live) โดยนิตยสารฟอร์บ (Forbes) ของอเมริกา
-เป็นเมืองแห่งนวัตกรรมอันดับสูงที่สุดของยุโรปกลางและตะวันออก (Central/Eastern European city on Innovation Cities' Top 100 index)
-เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยุโรป (The European Institute of Innovation and Technology: EIT)
-เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยตำรวจแห่งยุโรป (The European Police College: CEPOL)
-เป็นที่ตั้งของสำนักงานต่างประเทศแห่งแรกของหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศจีน (The China Investment Promotion Agency: CIPA)
-เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่สำคัญจำนวน 18 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยยุโรปกลาง (The Central European University) มหาวิทยาลัยเอิทเวิสลอรานด์ (Eötvös Loránd University) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์แห่งบูดาเปสต์ (The BudapestUniversity of Technology and Economics) เป็นต้น
ที่มา: Budapest



Monday, August 22, 2016

อิสตันบูล (Istanbul): เมืองสองทวีปของประเทศตุรกี (8-10 July 2013)

เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ชื่อเดิมคือเมืองคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) และเมืองไบแซนเทียม (Byzantium) เป็นเมืองที่ มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกีและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและศูนย์ประวัติศาสตร์ของประเทศ เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองสองทวีปเพราะตั้งอยู่ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชียโดยมีช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus strait) แยกเมืองที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปและเอเชียออกจากกัน ช่องแคบนี้เป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลมาร์มารา (The Sea of Marmara) และทะเลสีดำ (The Black Sea) เข้าด้วยกัน บริเวรที่เป็นศูนย์กลางการค้าและประวัติศาสตร์ของเมืองตั้งอยู่ในฝั่งยุโรปและประมาณหนึ่งในสามของประชากรของเมืองอาศัยอยู่ในฝั่งเอเชีย อิสตันบูลถือว่าเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับเจ็ดของโลก (The world’s 7th largest city proper) และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป 

ประวัติย่อของเมืองอิสตันบูล

อิสตันบูลเดิมทีก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อไบแซนเทียม (Byzantium) บนคาบสมุทรสาราเบอนู (The Sarayburnu Promonotory) ในราว 660 ก่อนปีคริสตศักราช และเมืองแห่งนี้ได้พัฒนาและเจริญขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของตุรกี หลังจากนั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) ในปี ค.ศ. 330 ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของหลายจักรวรรดิเกือบ 16 ศตวรรษ เริ่มตั้งแต่จักรวรรดิโรมัน (The Roman Empire; ปี ค.ศ. 330-1204) จักรวรรดิไบแซนไทน์ (The Byzantine Empire; ปี ค.ศ. 1261-1453) จักรวรรดิลาติน (The Latin Empire; ปี ค.ศ. 1204-1261) และจักรวรรดิออตโตมัน (The Ottoman Empire; ปี ค.ศ. 1453-1922) นอกจากนี้อิสตันบูลยังเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางความรุ่งเรืองของศาสนาคริสต์ในช่วงจักรวรรดิโรมันและไบเซนไทน์ก่อนที่จักรวรรดิออตโตมาจะเรืองอำนาจในปี ค.ศ. 1453 และถูก เปลี่ยนให้กลายเป็นฐานที่มั่นของศาสนาอิสลามและเป็นที่พำนักของหัวหน้าศาสนาอิสลาม (The Seat of the Ottoman Caliphate) แทนในเวลาต่อมา

ตำแหน่งที่ตั้ง

เมืองอิสตันบูลตั้งอยู่ในตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของเครือข่ายทางรถไฟจากตะวันออกกลาง (The Middle East) ไปยังทวีปยุโรปของเส้นทางสายไหม (TheSilk Road) ในอดีต และยังเป็นเส้นทางทะเลเพียงเส้นเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลดำ (The Black Sea) และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (The Mediterranean) จึงทำให้เมืองมีประชากรมาอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น (แม้ว่าจำนวนประชากรจะลดลงตั้งแต่มีการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกีขึ้นในปี ค.ศ. 1923) ประชากรของเมืองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950s เมื่อมีผู้อพยพจำนวนมากจากที่ราบสูงอนันโตเลีย (Anatolia) เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมาเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปกรรม ดนตรี และวัฒนธรรมของประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและการโครงข่ายการคมนาคมเป็นอย่างมาก

อิสตันบูลเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของยุโรป

ประมาณกันว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้าไปท่องเที่ยวในอิสตันบูลมากถึง  12,560,000 คน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ห้าปีหลังจากที่เมืองได้ถูกคัดเลือกให้เป็น “เมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของยุโรป” หรือ “European Capital of Culture” ส่งผลให้อิสตันบูลกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับห้าในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง (Historic center) และบางส่วนได้ถูกขึ้นทะเบียนป็นมรดกโลก (World Heritage Site) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและความบันเทิงสามารถพบได้ทั่วไปในบริเวณท่าเรือของเมืองที่เรียกว่า โกลเด้นฮอร์น (The Golden Horn) ในย่าน Beyoğlu

เศรษฐกิจของอิสตันบูล

เมืองอิสตันบูลถือได้ว่าเป็นเมืองหนึ่งที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่จำนวนมากของตุรกี คิดเป็นหนึ่งในสี่ของผลิตภัณฑ์ในประเทศ (Gross Domestic Product) อิสตันบูลเคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพสำหรับ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (The Summer Olympics) จำนวนถึงห้าครั้งในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา (แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จ โดยในปีนี้ ปี ค.ศ. 2016 ประเทศที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนคือประเทศบราซิล)

ที่มา: Istanbul


พระราชวังท๊อปกะปี (The Topkapi Palace) คือพระราชวังที่ใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองอิสตันบูล เป็นพระราชวังที่เป็นที่พำนักขององค์สุลต่านแห่งจักรวรรดิ์ออตโตมันหลายพระองค์เป็นเวลาเกือบ 400 ปี จากทั้งหมด 624 ปีของจักรวรรดิ์ออตโตมันคือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1465-1856 พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก (World Heritage Site) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985
ถนนอิสติกลาล (Istiklal Avenue/ Istiklal Street) หรือถนนแห่งอิสรภาพ (Independence Avenue) คือถนนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองอิสตันบูล มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมเกือบ 3 ล้านคนในแต่ละวัน (ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์) ตั้งอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ย่าน Beyoglu มีความยาว 1.4 กิโลเมตร สองข้างทางเป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านหนังสือ ร้านเครื่องดนตรี ห้องศิลป์ โรงหนัง โรงละคร ห้องสมุด ผับ ไนท์คลับ และร้านอาหารต่างๆ มากมาย  
จัตุรัสทักซิม (Taksim Square) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุเสาวรีย์ของการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1928
เหล่าบรรดานักศึกษาที่มาชุมนุมทางการเมืองที่สวนสาธารณะทักซิมเกซี (Taksim Gezi Park) ที่อยู่ถัดจากจัตุรัสทักซิม (Taksim Square)
ช่วงที่ไปเที่ยวตุรกีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 เป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองมีฝูงชนออกมาประท้วงรัฐบาลพอดี ตามท้องถนนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินตรวจตราดูความสงบไปทั่วทั้งอิสตันบูล จำได้ว่าตอนที่ขึ้นไปบนหอคอยกาลาต้า (Galata Tower) สังเกตุเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาในการสลายฝูงชนหลายจุดบนถนนอิสติกลาล
ภาพถ่ายบนสะพานกาลาต้า (Galata Bridge) ที่จะไปยังหอคอยกาลาต้า (Galata Tower) ซึ่งเป็นหอคอยที่สร้างด้วยหินในยุคกลาง มีความสูง 67 เมตร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของภัตตาคารและจุดชมวิว (จะขึ้นไปก็ต้องจ่ายตังค์)
ทัศนียภาพของ The Golden Horn ที่อยู่ระหว่าง Karaköy (ชื่อใหม่ของย่านเมืองเก่ากาลาต้า) และคาบสมุทร Sarayburnu ภายในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของอิสตันบูล ภาพถ่ายจากบนหอคอยกาลาต้า (Galata Tower)
บรรยากาศสองฝั่งของช่องแคบบอสฟอรัส (The Bosphorus Strait) ตั้งเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ มหาวิทยาลัย และร้านอาหารมากมาย
การแสดงของคณะนักดนตรีเดินสวนสนามหรือ Ottoman Military Band ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในการแสดงดนตรีสวนสนามของเหล่าทหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลกหรือที่ในภาษาตุรกีเรียกว่า Mehter marsi