Monday, August 1, 2016

เที่ยวเมืองอิงโกลสตัดท์: เมืองแฟรงเกนสไตน์ แห่งประเทศเยอรมัน (23-30 March 2013)


เพราะช่วงปิดภาคการศึกษาหน้าร้อน บรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศสวีเดนก็ปิดทำการเรียนการสอน นักศึกษาทั้งนักศึกษาต่างชาติ และนักศึกษาชาวสวีดิชจำนวนมากก็พากันกลับไปเยี่ยมบ้าน หรือไม่ก็เดินทางท่องเที่ยวในที่ต่างๆ ที่ลุนด์ก็เช่นกันในช่วงปิดภาคเรียนหน้าร้อน เมืองทั้งเมืองดูเงียบเหงาอย่างเป็นได้ชัด เพราะยังไม่ได้เริ่มทำวิจัยผมเลยโอกาสนี้แหละเดินทางท่องเที่ยวและพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน เริ่มต้นทริปฤดูร้อนปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ทริปแรกก็นี่เลย ทริปเยอรมัน จริงๆ แล้วสำหรับทริปนี้ แรกเริ่มแค่คิดว่าจะไปเยี่ยมน้องสาวของผมเท่านั้น ก็เลยถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวด้วยเลย
ผมเริ่มออกเดินทางด้วยสายการบิน Air Berlin เมื่อวันที่ ๙ มิ.ย. จากสนามบินที่กรุงโคเปนเฮเกน (CopenhagenInternational Airport: Kastrupไปลงที่สนามบินเมืองมิวนิค (Munich International Airportเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย (Free State of Bavaria หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Bavaria) ของประเทศเยอรมัน โชคดีที่วันนี้น้องสาวและสามีขับรถมารับที่สนามบินเพื่อเดินทางต่อไปยังบ้านพักที่เมือง Manching เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของมิวนิค ขับรถประมาณ ๑ ชั่วโมงก็ถึง ระหว่างที่พักอยู่ที่ Manching ระหว่าง ๙-๑๙ มิ.ย. พ.ศ. ก็พยายามคิดว่าจะไปเที่ยวไหนดีที่ไม่ไกล เลยเกิดทริปเที่ยวเมืองอิงโกสตัดท์ (Ingolstadtครั้งนี้เกิดขึ้น

ข้อมูลทั่วไป

เมืองอิงโกลสตัดท์ (Ingolstadt) เป็นเมืองหนึ่งในรัฐอิสระแห่งบาวาเรีย (The Free State of Bavaria แคว้นบาวาเรียเป็นแคว้นที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสองของเยอรมันนี รองจากแคว้น North Rhine-Westphalia) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหพันธรัฐเยอรมันนี (The Federal Republic of Germany) เมืองอิงโกลสตัดท์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ (Danube แม่น้ำดานูบเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของทวีปยุโรปรองจากแม่น้ำ Volga ของรัสเซีย) ในใจกลางของแคว้นบาวาเรีย มีประชากรอาศัยอยู่ราว 131,002 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 201) เมืองอิงโกลสตัดท์เป็นส่วนหนึ่งของเขตพื้นที่มหานครแห่งมิวนิค (The Munich Metropolitan Area) ที่มีประชากรรวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน เมืองมิวนิคนั้นเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรียและเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของเยอรมันนี

ข้อมูลอื่นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมือง

Ø สมาคมอิลลูมินาติ (The Illuminatiซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมาคมลับ (Secret Societyที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นสมาคมที่ถูกเชื่อมโยงกับการปฏิวัติที่สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่น อเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย และไทย เป็นต้น สมาคมนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1776 ในเมืองอิงโกลสตัดท์
Ø ในนวนิยายวิทยาศาตร์ยอดนิยมเรื่องแฟรงเกนสไตน์ (Frankensteinของนักเขียนที่ชื่อแมรี เชลลีย์ (Marry Shelleyได้กล่าวถึงเมืองอิงโกลสตัดท์ว่าเป็นสถานที่ที่ตัวละครหลักซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อ วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ (Victor Frankensteinได้สร้างอสุรกายแฟรงเกนสไตน์ขึ้นที่เมืองแห่งนี้ ในระหว่างที่เข้าได้เดินทางไปศึกษาที่เยอรมนี โดยในช่วงที่วิคเตอร์ศึกษาอยู่เขามีความสนใจในเรื่องการใช้ไฟฟ้ากับร่างกายของมนุษย์ จึงได้นำชิ้นส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์จากศพหลายศพมาเย็บเข้าด้วยกัน จากนั้นช็อตด้วยไฟฟ้า ทำให้ซากศพนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นอสุรกายที่มีร่างกายใหญ่โต แต่เมื่ออสุรกายนั้นมีชีวิต วิคเตอร์ก็เกิดกลัวอสุรกายนั้นขึ้นมา จึงได้หนีไปและทิ้งให้อสุรกายตนนั้นใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย 
Ø เมืองอิงโกลสตัดท์เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทรถยนต์ Audi ของเยอรมัน และเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินป้องกันทางอากาศ (Defence aircraft manufacturer Airbus)
Ø เมืองอิงโกลสตัดท์เป็นที่ตั้งของร้านปลีกประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปและมีหลายสาขาทั่วทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย อย่างเช่น Media Markt และ Saturn เป็นต้น
Ø สถานนีรถไฟอิงโกลสตัดท์ (Ingolstadt Central Stationหรือในภาษาเยอรมันคือ Ingolstadt Hauptbahnhof สถานีแห่งนี้เป็นชุมทางรถไฟหลักของรถไฟความเร็วสูง (High-speed rail link) ที่เชื่อมต่อไปยังเมืองนูเร็มเบอร์ก (Nurembergของแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2006
Ø เมืองอิงโกลสตัดท์มีสถานีขนส่งผู้โดยสารที่สองที่ตั้วอยู่ที่ Ingolstadt Nord

 ที่มา: Ingolstadt


สวนด้านหน้ามหาวิทยาลัยอิงโกลสตัดท์ (The University of Ingolstadtมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. ๑๔๗๒ โดย Louis IX, Duke of Bavaria ตามมหาวิทยาลัยต้นแบบอย่างเช่นมหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) มหาวิทยาลัยแห่งนี้ปิดทำการตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๐๐ เนื่องจากได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่เมืองมิวนิคแทนและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น the Ludwig-Maximilians-University
ซุ้มประตูด้านหนึ่งของเมืองอิงโกลสตัดท์ที่จะผ่านเข้าไปยังพื้นที่เมืองเก่าทางด้านหลัง

Kreuztor (ครอยซ์ตัวร์) หนึ่งในซุ้มประตูเมืองโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในเมือง Ingolstadt ซุ้มประตูนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๓๘๕
บริเวณจัตุรัส Paradeplatz ติดกับปราสาทอิงโกสตัดท์ (The New Castle) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสไตร์โกธิคที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในแคว้นบาวาเรีย
ศาลากลางหลังเก่าของเมืองอิงโกลสตัดท์ (The old town hall)


ปราสาท The New Castle ถ่ายจากด้านข้าง


โบสถ์ Franziskanerkloster ในเมือง Ingolstadt หนึ่งในอาคารแบบกอธิค
บรรยาการและสถาปัตยกรรมโดยทั่วไปภายในเมือง
แวะเยี่ยมเจ้าหลานชายตัวแสบ ณ เมืองแมนชิ่ง (Manching) เมืองเล็ก ๆ น่ารักใกล้กับเมือง Ingolstadt

Watching a bullfighting in Soria, Spain (12-13 July 2013)


Bullfighting is a traditional event in many countries in Europe such as Spain and Portugal, some parts of France and Latin American countries, which used to be colonized by Spain such as Mexico, Colombia, Ecuador, Venezuela and Peru. Bullfighting is an English version for this human-versus-bull fighting but it is called corrida de toros in Spanish and corrida de touros in Portuguese. This traditional fighting is the fighting between one or more bulls and humans in a bullring or arena. Personally, I think it is a bloodshed sport. Sometimes, people think it is not a sport whatsoever. The fighting is considered a highly ritualized performance of fighting, which is closely linked to Spanish culture and identity.
Bullfighting traces its roots back to prehistoric period in bull worship and sacrifice in Mesopotamia and the Mediterranean region (Source: bullfighting). Nowadays, the bullfighting is still practiced by the professionals called “toreros” in many parts of Spain and Latin American countries, even though it is not supported/ banned for the reasons of animal welfare advocates and barbaric blood sport. The most senior professional toreros, who kills the bull at the end, is called a matador. Not only bulls were killed, the bullfighters were severely injured or killed during fighting. This makes me wonder why people still want to sacrifice their lives, maybe because of bravery and dignity!!! I think one time is enough for me. I don’t think I will watch this kind of sport again. My main reason is that it is cruel to animals and also fatal for the bull and the matador


The atmosphere inside the bullfighting arena in Soria one day before the real bullfighting on the first of July in 2013. It was like a small fighting between humans and young bulls. This day is free for the public. 
The day of real bullfighting in Soria held on the first of July in 2013. The entrance was not free. I could not remember how much doesn't it cost per one person because my parents' friend paid me at that time.